บทที่ 5 น้องสาวมันส์แซ่บ/5
chapter 02 : กันท่า(หมา)NC+
ห้องนอนพี่เมฆ
เราสองสามคนนอนอยู่บนเตียงเรียงรายเป็นแถวหน้ากระดาน เรื่องของเรื่องก็คือแม่ให้ฉันมานอนคั่นกลางระหว่างพี่เมฆกับอียัยแพร เพราะกลัวว่าสองคนนี้จะทำอะไรเกินเลยกันก่อนเวลาอันควร พอดีแม่เป็นคนหัวโบราณอะนะ ไม่ได้กลัวอะไร กลัวว่าลูกสะใภ้ในอนาคตจะมีข่าวเสียๆ หายๆ เอาได้
แต่หารู้ไม่ว่าหนูที่เป็นลูกสาวแม่...ได้กินพี่เมฆไปแล้ว ^^
ซึ่งมะลิคนนี้มีเหรอที่จะปฏิเสธ ถึงแม่ไม่สั่งอีลิคนนี้ก็ไม่ให้พี่เมฆนอนกับยัยนั่นกันสองต่อสองหรอกนะ แต่ว่า...
ถ้าเกิดสองคนนั้นแอบไปนัดเจอกันสองต่อสองข้างนอกล่ะ เราจะทำยังไงดีวะ และจะรู้ได้ยังไงว่าสองคนนี้ไปไหนต่อไหนกันมาบ้าง ที่สำคัญคือสองคนนี้มีอะไรกันหรือยัง?
“ขอโทษนะแพร...พอดีแม่พี่แกเป็นคนที่เคร่งนิดๆ น่ะ” พี่เมฆพูดบอกกับยัยแพรข้ามผ่านหัวฉัน
“ไม่เป็นอะไรเลยค่ะ แพรเข้าใจนะคะ และอีกอย่างแพรก็เขินๆ ด้วย” ยัยแพรก็พูดข้ามหัวฉัน แล้วยิ้มกว้างให้พี่เมฆ
“เขิน? แต่ก็ยอมมานอนบ้านผู้ชายแบบง่ายๆ เนี่ยนะ” ปากฉันพูดแดกดันแต่ตาก็ยังคงดูซีรีส์เกาหลีในโทรศัพท์มือถือ
“มะลิ! พูดจาไม่ดีกับพี่แพรเขาแบบนี้ได้เรอะ”
“ลิไม่มีพี่ ลิเป็นลูกคนเดียว”
“ไม่เป็นไรหรอกค่ะพี่เมฆ เดี๋ยวแพรขอไปเข้าห้องน้ำแป๊บนะคะ” ยัยแพรหน้าเสียแล้วยิ้มเจื่อนๆ ก่อนจะลุกเดินไปห้องน้ำ
“นี่มะลิ หัดพูดจาให้มันดีๆ บ้างสิ แพรเขาโตกว่าเรานะ” พี่เมฆพูดพลางหยัดตัวลุกขึ้นนั่งแล้วมองมาทางฉันอย่างหงุดหงิด “กลับไปนอนห้องเถอะ แม่ไม่รู้หรอก ป่านนี้น่าจะหลับไปละ”
“ถึงกับไล่ลิเลยใช่ปะ นี่พี่เมฆเห็นผู้หญิงคนอื่นสำคัญกว่าลิเหรอ คงอยากจะเอากันเต็มทนสินะ!”
“มะลิ!” เขาเรียกชื่อเสียงดังแล้วขึงตาดุดันใส่
“ถ้าพี่เมฆไล่ลิอีกรอบ ลิจะบอกทั้งแม่และยัยแพรว่าเราสองคนเอากันแล้ว ไม่ได้ขู่นะคะ!” พูดพลางลุกขึ้นนั่งแล้วขึงตาใส่อีพี่เมฆเช่นกัน “พี่คบกับยัยนั่นเพื่อที่จะกันลิให้ออกห่างจากพี่ใช่ไหมคะ แต่ขอบอกไว้ก่อน ยิ่งพี่จะกันลิออกห่าง ลิก็จะยิ่งเข้าหา”
ล้มตัวลงนอนดูซีรีส์ตามเดิม ส่วนยัยแพรก็เดินออกมาจากห้องน้ำพอดี สีหน้านางดูซีดเซียวผิดปกติ หรือว่าคงจะได้ยินที่ฉันกับพี่เมฆคุยกันเมื่อกี้?
ได้ยินจริงๆ ก็ดีเหมือนกัน จะได้เลิกยุ่งกับพี่เมฆ
.....
23 : 00 น.
ภายในห้องนอนมีเพียงแสงไฟสลัวๆ พี่เมฆกับยัยแพรหลับเป็นตายไปแล้ว เหลือก็แต่ฉันที่ยังคงนอนตาสว่างจ้าดูซีรีส์เกาหลีอยู่ วัยรุ่นเขาไม่นอนดึกกันหรอก นอนเช้าทีเดียวเลย
“หืม...พระเอกจูบนางเอกอีกแล้ว อ๊าย” ฉันเผลอพูดเสียงดังและทำท่าทีเขินอายเมื่อพระเอกกับนางเอกจูบกัน “ในชีวิตจริงอยากจะลองจูบกับผู้ชายแบบในซีรีส์บ้างจัง”
“จูบกับผีก่อนไหมมะลิ! เอะอะเสียงดังไม่มีความเกรงใจ”
“ก็คนมันฟินจนลืมตัวนิ โถ่...”
“ปิดโทรศัพท์แล้วนอนหลับไปได้แล้ว”
“ไม่ปิด ลิจะดูให้จบทีเดียวเลย ไม่อย่างนั้นมันจะค้าง คุณสารวัตรเมฆนั่นแหละปิดตานอนไปเลยค่ะ”
อยู่ๆ พี่เมฆก็แย่งโทรศัพท์มือถือไปแล้วปิดหน้าจอก่อนจะเอาไปวางไว้ที่โต๊ะหัวเตียง “นอนซะไอ้เด็กดื้อ”
“เอาโทรศัพท์ลิคืนมาเลยนะพี่เมฆ” พูดพลางจะเอี้ยวตัวไปหยิบแต่พี่เมฆก็จับมือไว้แน่น “ลิฟ้องแม่นะ”
“เอะอะก็ฟ้องแม่อย่างเดียวเลยเนอะ อย่างว่า...เด็กน้อยก็แบบนี้แหละนะ ขี้แย ขี้ฟ้อง”
“.....” จ้องมองหน้าแบบค้อนๆ และไม่พูดสวนกลับ
“มานอนข้างนี้ได้ปะ พี่จะนอนกอดแพร”
“ไม่!” ฉันปฏิเสธเสียงแข็งแล้วล้มตัวลงนอนตามเดิม “ถ้าเกิดอยากกอดก็มากอดลิแทนนะ” พูดพลางดึงแขนแกร่งมากอดตัวเองไว้ “แค่นี้ก็จบ”
“มะลิปล่อยแขนพี่เดี๋ยวนี้ มาจับไปกอดแบบนี้ไม่ได้นะ!” พี่เมฆพยายามดึงแขนตนเองออก
ในจังหวะนั้นยัยแพรก็ตื่นแล้วลุกขึ้นพรวดมานั่งก่อนจะมองมาที่ฉันกับพี่เมฆ แล้วนางก็นิ่งค้างไปชั่วครู่ ก่อนจะพูดขึ้น...
“เอ่อ...คือ...”
“มะ...ไม่ใช่อย่างนั้นนะแพร คือมะลิ...”
“ทำไม พี่ชายจะนอนกอดน้องสาวมันแปลกนักรึไง ทำหน้าตกใจอย่างกับเห็นผีไปได้ แต่ถ้านอนไม่ได้ก็กลับบ้านไปดิ”
“นี่มะลิ!” ดึงแขนออกอย่างแรง “จะเกินไปแล้วนะ ขอโทษแพรเดี๋ยวนี้เลย” พี่เมฆดุเสียงดังใส่ แล้วบอกให้ฉันขอโทษยัยนั่น “พี่บอกให้ขอโทษแพร เดี๋ยวนี้!” เขาเน้นย้ำอีกครั้ง
“ไม่เป็นไรค่ะพี่เมฆ...แพรไม่ถือสาหรอกค่ะ ถ้าอย่างนั้นเดี๋ยวแพรกลับไปนอนที่บ้านก็ได้ค่ะ” ยัยแพรพูดพลางยิ้มแห้งๆ ใส่พี่เมฆ แล้วเตรียมจะลุกออกจากเตียง
“ไม่ต้อง แพรนอนที่นี่แหละครับ ส่วนมะลิกลับไปนอนที่ห้องตัวเองเถอะนะ แม่ไม่รู้หรอก”
“อ๋อ นี่พี่เลือกที่จะไล่ลิเพื่อที่จะให้ผู้หญิงคนนี้นอนที่นี่กับพี่ใช่ปะ พี่เมฆจะทำแบบนี้จริงดิ” มองหน้าพี่เมฆก่อนจะหันไปมองยัยแพรนั่น “คงจะคันมากสินะ”
ว่าจบฉันก็ลุกพรวดลงจากเตียงแล้วเดินออกมาจากห้องของเขาทันที แม่งโคตรจะหัวร้อนเลยตอนนี้ แต่ก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากเดินออกมา และใจเจ้ากรรมก็ดันลืมโทรศัพท์มือถือไว้ในห้องเขาอีก “เดี๋ยวเช้าค่อยไปเอาแล้วกัน”
.....
นี่ก็ดึกมากแล้ว มะลิคนนี้เคลิ้มๆ กำลังจะหลับ หนังตาทยอยปิดลงมาเรื่อยๆ แต่เหมือนฟ้าจะกวนบาทา อยู่ๆ ก็มีคนมาเคาะประตูห้อง
ก๊อก ก๊อก
ดีดตัวลุกขึ้นแล้วเดินไปเปิดประตูในสภาพที่ชุดนอนยุ่งเหยิง เกงในกับเสื้อในก็ไม่ได้ใส่ ถ้านอนคนเดียวหรือห้องตัวเองก็ไม่ใส่เป็นปกติอยู่แล้ว มันรู้สึกอึดอัด
